ก้าวแรก… สู่ประถม

1 minute read

Published:

ก้าวแรกสู่ประถม โดย ครูพบ เกียรติยง ประวีณวรกุล จัดโดยโรงเรียนบ้านพลอยภูมิ “เด็กดื้อไม่มีอยู่จริง”


ขอบคุณที่ได้ฟัง

  • ครูพบ เกียรติยง ประวีณวรกุล ผมไม่เคยรู้จักครูพบมาก่อน เข้ากิจกรรมนึกว่าเป็นการปฐมนิเทศเด็กประถมธรรมดาๆ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาเกินคาดมาก
  • เริ่มครูถามว่า เรารู้สึกอย่างไรตอนนี้
    • ความรู้สึก ไม่ใช่ ความคิด เริ่มต้นก็ได้สำรวจตัวเองว่า เรารู้สึกอย่างไร สิ่งนี้เรียกว่าความคิดหรือความรู้สึก
    • ความคิด คือ สิ่งที่เราคิด เช่น เราคิดว่า “ฉันต้องทำงานให้เสร็จ” แต่ความรู้สึก คือ สิ่งที่เรารู้สึก เช่น รู้สึกเครียด รู้สึกกดดัน เราอาจจะคิดว่าเรารู้สึกว่าต้องทำงานให้เสร็จ แต่จริงๆแล้ว เราอาจจะรู้สึกเครียดกับการทำงานนั้น
    • ความรู้สึกตื่นเต้นมีทั้งด้านบวกและด้านลบ เช่น ตื่นเต้นที่จะได้เจอเพื่อนใหม่ (ด้านบวก) แต่ก็อาจจะตื่นเต้นจนกังวลว่าจะทำได้ดีหรือไม่ (ด้านลบ)
  • เราจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกรู้สึกอย่างไร เราจะเข้าใจลูกได้อย่างไร

หนทางการเข้าใจลูกไม่ง่าย

  • เราขาดความรู้ที่จำเป็นในการเข้าใจพัฒนาการของเด็ก พฤติกรรมของเด็ก ฯลฯ
  • เราลืมย้ายมุมมองจากผู้ใหญ่ไปเป็นเด็ก
    • ถ้าตีนเรายังอยู่ในรองเท้าเรา เราจะเข้าใจความรู้สึกของรองเท้าของคนอื่นได้อย่างไร
  • การกระทำทั่วไป
    • เห็น (ประมวลผล)=> ตีความ = > ตัดสิน = > ลงมือทำ
    • หรือเราจะตัดสินลูกก่อนที่จะเข้าใจลูก

บอกแล้วลูกไม่ทำ

  • เรามักจะบอกลูกว่า “อย่าทำแบบนี้” “อย่าทำอย่างนั้น” “ทำแบบนี้สิ” “ทำอย่างนั้นสิ” หรืออาจจะอธิบายเหตุผลมากมาย
    • แต่ลูกไม่เข้าใจสิ่งที่เราพูด
    • เพราะลูกยังไม่มีความสามารถในการประมวลผลข้อมูลมากเท่าผู้ใหญ่
    • ลูกอาจจะยังไม่เข้าใจเหตุผลที่เราพูด
  • คำสั่งซับซ้อนเกินไปสำหรับเด็ก
    • สั่งให้ตรง
    • เหตุผล = ความรู้สึกของคนสั่ง (เด็กยังประมวลผลไม่ได้)

ตัวอย่าง

  พ่อแม่: "ให้เล่นอีก 5 นาที หมดเวลาแล้วต้องไปอาบน้ำ"
  ลูก: เล่นอยากเล่นต่อ
  พ่อแม่: "ทำไมไม่ฟังพ่อแม่บ้าง" ดุลูกบ้าง ลงโทษลูกบ้าง ฯลฯ
  • คนกำลังอยู่ในความเพลิดเพลินแล้วถูกขัดใจ => ขัดใจ (=> โกรธ => ต่อต้าน)
  • แม้แต่ผู้ใหญ่เอง ถ้าอยู่ในความเพลิดเพลินแล้วถูกขัดใจ ก็จะรู้สึกขัดใจได้เหมือนกัน
  • แต่ละคนมีทักษะในการ “ถอนตัว” จากความเพลิดเพลินไม่เท่ากัน
  • ใช้ได้กับเด็กทุกเรื่อง
  • จะฝึกเด็กยังไง ช่วยให้เด็กฝึกถอนตัวได้ (ลูกอยากเล่นอีก)
  • เด็กรู้และตอบความต้องการ
  • พ่อแม่ไม่ให้ต่อรอง (สร้างเงื่อนไขที่ไม่ทรมาน)
  • เลิกขู่ให้เด็กกลัว
    • เราคงไม่อยากให้ลูกใช้ชีวิตด้วยความกลัว
    • เลี้ยงให้เกรง
  • ลูกต้องการเวลาเท่าไหร่
    • ฝึกให้เด็กใช้สิทธิ
    • เตือนก่อนหมดเวลา
    • เล่นสนุกใช่หรือเปล่า อีก 5 นาทีจะหมดเวลาแล้วนะ
    • บอกลูกว่า “ครั้งหน้าเราจะมาเล่นกันอีก” ไม่ต่อรอง ไม่สร้างเงื่อนไข
    • ถ้าสร้างเงื่อนไข สร้างที่บ้าน เช่น ถ้าได้ดาวครบ จะได้ไปเล่นอีก พ่อแม่ไม่ให้ต่อรอง (สร้างเงื่อนไขที่ไม่ทรมาน)

ควรระวัง

  • แสดงความไม่ชอบการกระทำได้ แต่หน้าแสดงว่าไม่ชอบในตัวเขา
  • เปลี่ยนพฤติกรรม เปลี่ยนตัวลูกไม่ได้

หน้าที่ของพ่อแม่

    1. เลี้ยงให้เติบโต (พัฒนาการ และทักษะ)
      • ให้โอกาส (เหตุการณ์, เวลา)
    1. ดูแลความปลอดภัย
  • พ่อแม่ต้องสร้างสมดุล (เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา) ทั้ง 2 ข้อนี้

ให้โอกาส ในความเสี่ยงที่ยอมรับได้

  • การใช้ชีวิตคือการปรับสมดุลตลอดเวลา
  • เติมแต่ไม่ตัด (โอกาสในการเรียนรู้)

ถ้าลูกโดนลังแก เราจะแนะนำลูกอย่างไร

  1. สู้
  2. หนี
  3. ขอความช่วยเหลือ
  4. บอกให้หยุด บอกความรู้สึก
  5. ไม่ทำอะไร (ปล่อยให้ผ่านไป)
    • แต่ละตัวเลือก ขึ้นกับสถานการณ์
    • เลือกสู้ ต้องสู้เตํ็มแรง
    • เลือกหนี ต้องหนีให้เต็มกำลัง
    • ลูกต้องฝึกสมดุล มีทักษะในการพิจารณาสถานการณ์ กาละเทศะ การควบคุมอารมณ์ ฯลฯ

      อะไรเกิดแล้ว ดีเสมอ (โอกาสในการเรียนรู้)

    • ฝึกเด็กคนนั้นว่าจะเลือกอะไร ขาดอะไร เติมสิ่งนั้น
    • ใช้กำลังบ่อย ฝึกด้านอื่น
    • ถ้าเราบอกวิธีแล้วไม่ได้ผล ต่อไปลูกจะไม่ฟังเราอีก
    • คุณไม่ได้มีหน้าที่ไปแก้ลูกใคร เรามีหน้าที่เตรียมความพร้อมลูกเรา
    • หาสาเหตุการเกิดพฤติกรรมก่อน ค่อยแก้
    • สัมภาษณ์
    • สังเกต

พ่อแม่ต้องประเมินสิ่งที่ลูกมี สิ่งที่ลูกขาด

  1. แข็งแรง ดูแลตัวเองได้
  2. เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้คนรอบข้าง โอบอ้อม
  3. มีทักษะทางสังคม อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ สง่างาม

เติมไม่ตัด

  • ทักษะ ให้ลูก”รอด”
  • โอกาส อย่างปลอดภัย และสง่างาม
  • ประสบการณ์ ไม่ว่าจะเจออะไรในชีวิต

เด็กดื้อไม่มีอยู่จริง

  • คำสอน + เสียง ไปกระตุ้นโสตประสาทไม่ได้
  • เห็นว่าจริง => สมองจะทำ
  • ไม่ถามคำถาม บอกจริง ๆ หนักแน่น (ไม่ใช่โมโห โมโห = ไม่จริง)
  • แยกพื้นที่เล่นก (ปลูกปัญญา) กับพื้นที่จริง
  • ปู่ย่า หน้าที่ตามใจ
  • พ่อแม่ หน้าที่เลี้ยงลูก

ชีวิตมีหน้าที่ลำบากจนชิน เพื่อเผชิญปัญหา ลำบากไม่เป็นไร

  • ตั้งความหวังให้ตรงความเป็นจริง
  • คาดหวังความสามารถ ตามพัฒนาการ
  • เราอ่อนประสบการณ์ (เรามีประสบการณ์เท่ากับลูกคนโต)
  • ใจดีกับตัวเอง
    • ยอมรับ
    • ยอมทิ้ง
    • ยอมเริ่มต้นใหม่

อนุบาล

  • คือการเตรียมร่างกาย ช่วยเหลือตัวเองได้ ดูแลตัวเองได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า
    • กินข้าวเอง
    • เข้าห้องน้ำเอง
    • ใส่รองเท้าเอง
    • แต่งตัวเอง
    • เก็บของเอง
  • พ่อแม่ต้องฝึก
    • ให้ลูกบอกเล่าให้เป็น
    • กำลังเป็นอะไร มากน้อยแค่ไหน จัดการอารมณ์อย่างไร จะแก้ปัญหาอย่างไร
    • เพื่อที่จะใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ ต้องดูแลตัวเองได้

ประถม

  • คือการเตรียมความพร้อมทางปัญญา การเรียนรู้
    • ใช้เหตุผลคามความเป็นจริงได้แล้ว
    • เข้าสู่การพัฒนาทักษะวิชาการ
    • รับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย
    • ฝึกการอยู่ร่วมกับผู้อื่น
    • เรียนรู้่การเมือง การจัดสรรค์คนกับคน
    • มีการตั้งกลุ่ม
    • มีการยอมรับ การกีดกัน ทั้งนอก และในกลุ่ม
    • แต่ละคนมีความปราถนา ในการทดลองอำนาจ แตกต่างกัน
  • วัยแห่งกฏเกณฑ์ ถือเกณฑ์เป็นใหญ่
    • ตามกฏดี
    • ผิดกฏเลว

3 อยู่

  • อยู่กับความจริง
  • อยู่กับปัจจุบัน
  • อยู่กับการปฏิบัติ