ก้าวแรก… สู่ประถม
Published:
ก้าวแรกสู่ประถม โดย ครูพบ เกียรติยง ประวีณวรกุล จัดโดยโรงเรียนบ้านพลอยภูมิ “เด็กดื้อไม่มีอยู่จริง”
ขอบคุณที่ได้ฟัง
- ครูพบ เกียรติยง ประวีณวรกุล ผมไม่เคยรู้จักครูพบมาก่อน เข้ากิจกรรมนึกว่าเป็นการปฐมนิเทศเด็กประถมธรรมดาๆ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาเกินคาดมาก
- เริ่มครูถามว่า เรารู้สึกอย่างไรตอนนี้
- ความรู้สึก ไม่ใช่ ความคิด เริ่มต้นก็ได้สำรวจตัวเองว่า เรารู้สึกอย่างไร สิ่งนี้เรียกว่าความคิดหรือความรู้สึก
- ความคิด คือ สิ่งที่เราคิด เช่น เราคิดว่า “ฉันต้องทำงานให้เสร็จ” แต่ความรู้สึก คือ สิ่งที่เรารู้สึก เช่น รู้สึกเครียด รู้สึกกดดัน เราอาจจะคิดว่าเรารู้สึกว่าต้องทำงานให้เสร็จ แต่จริงๆแล้ว เราอาจจะรู้สึกเครียดกับการทำงานนั้น
- ความรู้สึกตื่นเต้นมีทั้งด้านบวกและด้านลบ เช่น ตื่นเต้นที่จะได้เจอเพื่อนใหม่ (ด้านบวก) แต่ก็อาจจะตื่นเต้นจนกังวลว่าจะทำได้ดีหรือไม่ (ด้านลบ)
- เราจะรู้ได้อย่างไรว่าลูกรู้สึกอย่างไร เราจะเข้าใจลูกได้อย่างไร
หนทางการเข้าใจลูกไม่ง่าย
- เราขาดความรู้ที่จำเป็นในการเข้าใจพัฒนาการของเด็ก พฤติกรรมของเด็ก ฯลฯ
- เราลืมย้ายมุมมองจากผู้ใหญ่ไปเป็นเด็ก
- ถ้าตีนเรายังอยู่ในรองเท้าเรา เราจะเข้าใจความรู้สึกของรองเท้าของคนอื่นได้อย่างไร
- การกระทำทั่วไป
- เห็น (ประมวลผล)=> ตีความ = > ตัดสิน = > ลงมือทำ
- หรือเราจะตัดสินลูกก่อนที่จะเข้าใจลูก
บอกแล้วลูกไม่ทำ
- เรามักจะบอกลูกว่า “อย่าทำแบบนี้” “อย่าทำอย่างนั้น” “ทำแบบนี้สิ” “ทำอย่างนั้นสิ” หรืออาจจะอธิบายเหตุผลมากมาย
- แต่ลูกไม่เข้าใจสิ่งที่เราพูด
- เพราะลูกยังไม่มีความสามารถในการประมวลผลข้อมูลมากเท่าผู้ใหญ่
- ลูกอาจจะยังไม่เข้าใจเหตุผลที่เราพูด
- คำสั่งซับซ้อนเกินไปสำหรับเด็ก
- สั่งให้ตรง
- เหตุผล = ความรู้สึกของคนสั่ง (เด็กยังประมวลผลไม่ได้)
ตัวอย่าง
พ่อแม่: "ให้เล่นอีก 5 นาที หมดเวลาแล้วต้องไปอาบน้ำ"
ลูก: เล่นอยากเล่นต่อ
พ่อแม่: "ทำไมไม่ฟังพ่อแม่บ้าง" ดุลูกบ้าง ลงโทษลูกบ้าง ฯลฯ
- คนกำลังอยู่ในความเพลิดเพลินแล้วถูกขัดใจ => ขัดใจ (=> โกรธ => ต่อต้าน)
- แม้แต่ผู้ใหญ่เอง ถ้าอยู่ในความเพลิดเพลินแล้วถูกขัดใจ ก็จะรู้สึกขัดใจได้เหมือนกัน
- แต่ละคนมีทักษะในการ “ถอนตัว” จากความเพลิดเพลินไม่เท่ากัน
- ใช้ได้กับเด็กทุกเรื่อง
- จะฝึกเด็กยังไง ช่วยให้เด็กฝึกถอนตัวได้ (ลูกอยากเล่นอีก)
- เด็กรู้และตอบความต้องการ
- พ่อแม่ไม่ให้ต่อรอง (สร้างเงื่อนไขที่ไม่ทรมาน)
- เลิกขู่ให้เด็กกลัว
- เราคงไม่อยากให้ลูกใช้ชีวิตด้วยความกลัว
- เลี้ยงให้เกรง
- ลูกต้องการเวลาเท่าไหร่
- ฝึกให้เด็กใช้สิทธิ
- เตือนก่อนหมดเวลา
- เล่นสนุกใช่หรือเปล่า อีก 5 นาทีจะหมดเวลาแล้วนะ
- บอกลูกว่า “ครั้งหน้าเราจะมาเล่นกันอีก” ไม่ต่อรอง ไม่สร้างเงื่อนไข
- ถ้าสร้างเงื่อนไข สร้างที่บ้าน เช่น ถ้าได้ดาวครบ จะได้ไปเล่นอีก พ่อแม่ไม่ให้ต่อรอง (สร้างเงื่อนไขที่ไม่ทรมาน)
ควรระวัง
- แสดงความไม่ชอบการกระทำได้ แต่หน้าแสดงว่าไม่ชอบในตัวเขา
- เปลี่ยนพฤติกรรม เปลี่ยนตัวลูกไม่ได้
หน้าที่ของพ่อแม่
- เลี้ยงให้เติบโต (พัฒนาการ และทักษะ)
- ให้โอกาส (เหตุการณ์, เวลา)
- เลี้ยงให้เติบโต (พัฒนาการ และทักษะ)
- ดูแลความปลอดภัย
- พ่อแม่ต้องสร้างสมดุล (เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา) ทั้ง 2 ข้อนี้
ให้โอกาส ในความเสี่ยงที่ยอมรับได้
- การใช้ชีวิตคือการปรับสมดุลตลอดเวลา
- เติมแต่ไม่ตัด (โอกาสในการเรียนรู้)
ถ้าลูกโดนลังแก เราจะแนะนำลูกอย่างไร
- สู้
- หนี
- ขอความช่วยเหลือ
- บอกให้หยุด บอกความรู้สึก
- ไม่ทำอะไร (ปล่อยให้ผ่านไป)
- แต่ละตัวเลือก ขึ้นกับสถานการณ์
- เลือกสู้ ต้องสู้เตํ็มแรง
- เลือกหนี ต้องหนีให้เต็มกำลัง
- ลูกต้องฝึกสมดุล มีทักษะในการพิจารณาสถานการณ์ กาละเทศะ การควบคุมอารมณ์ ฯลฯ
อะไรเกิดแล้ว ดีเสมอ (โอกาสในการเรียนรู้)
- ฝึกเด็กคนนั้นว่าจะเลือกอะไร ขาดอะไร เติมสิ่งนั้น
- ใช้กำลังบ่อย ฝึกด้านอื่น
- ถ้าเราบอกวิธีแล้วไม่ได้ผล ต่อไปลูกจะไม่ฟังเราอีก
- คุณไม่ได้มีหน้าที่ไปแก้ลูกใคร เรามีหน้าที่เตรียมความพร้อมลูกเรา
- หาสาเหตุการเกิดพฤติกรรมก่อน ค่อยแก้
- สัมภาษณ์
- สังเกต
พ่อแม่ต้องประเมินสิ่งที่ลูกมี สิ่งที่ลูกขาด
- แข็งแรง ดูแลตัวเองได้
- เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ให้คนรอบข้าง โอบอ้อม
- มีทักษะทางสังคม อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้ สง่างาม
เติมไม่ตัด
- ทักษะ ให้ลูก”รอด”
- โอกาส อย่างปลอดภัย และสง่างาม
- ประสบการณ์ ไม่ว่าจะเจออะไรในชีวิต
เด็กดื้อไม่มีอยู่จริง
- คำสอน + เสียง ไปกระตุ้นโสตประสาทไม่ได้
- เห็นว่าจริง => สมองจะทำ
- ไม่ถามคำถาม บอกจริง ๆ หนักแน่น (ไม่ใช่โมโห โมโห = ไม่จริง)
- แยกพื้นที่เล่นก (ปลูกปัญญา) กับพื้นที่จริง
- ปู่ย่า หน้าที่ตามใจ
- พ่อแม่ หน้าที่เลี้ยงลูก
ชีวิตมีหน้าที่ลำบากจนชิน เพื่อเผชิญปัญหา ลำบากไม่เป็นไร
- ตั้งความหวังให้ตรงความเป็นจริง
- คาดหวังความสามารถ ตามพัฒนาการ
- เราอ่อนประสบการณ์ (เรามีประสบการณ์เท่ากับลูกคนโต)
- ใจดีกับตัวเอง
- ยอมรับ
- ยอมทิ้ง
- ยอมเริ่มต้นใหม่
อนุบาล
- คือการเตรียมร่างกาย ช่วยเหลือตัวเองได้ ดูแลตัวเองได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า
- กินข้าวเอง
- เข้าห้องน้ำเอง
- ใส่รองเท้าเอง
- แต่งตัวเอง
- เก็บของเอง
- พ่อแม่ต้องฝึก
- ให้ลูกบอกเล่าให้เป็น
- กำลังเป็นอะไร มากน้อยแค่ไหน จัดการอารมณ์อย่างไร จะแก้ปัญหาอย่างไร
- เพื่อที่จะใช้ชีวิตอยู่ในสังคมได้ ต้องดูแลตัวเองได้
ประถม
- คือการเตรียมความพร้อมทางปัญญา การเรียนรู้
- ใช้เหตุผลคามความเป็นจริงได้แล้ว
- เข้าสู่การพัฒนาทักษะวิชาการ
- รับผิดชอบต่องานที่ได้รับมอบหมาย
- ฝึกการอยู่ร่วมกับผู้อื่น
- เรียนรู้่การเมือง การจัดสรรค์คนกับคน
- มีการตั้งกลุ่ม
- มีการยอมรับ การกีดกัน ทั้งนอก และในกลุ่ม
- แต่ละคนมีความปราถนา ในการทดลองอำนาจ แตกต่างกัน
- วัยแห่งกฏเกณฑ์ ถือเกณฑ์เป็นใหญ่
- ตามกฏดี
- ผิดกฏเลว
3 อยู่
- อยู่กับความจริง
- อยู่กับปัจจุบัน
- อยู่กับการปฏิบัติ
