Notebook: เปลี่ยนวิธีการทำงาน แค่ 1% คุณก็แซงหน้าคน 99% ได้แล้ว
Published:
เคล็ดลับในการทำงาน (Work Tips)
My note
- 1. เคล็ดลับโฮเร็นโซ (รายงาน ติดต่อ ปรึกษา)
- 1.1 มั่นใจ
- 1.2 อธิบายลื่นไหล จากภาพใหญ่ > เล็ก
- 1.3 ตอบให้ตรงคำถาม แล้วค่อยให้เหตุผล
- 1.4 ตรวจสอบแต่เนิ่นๆ ทำแบบนี้ดีมั๊ย, ควรพิจารณาต่อไปดีมั๊ย
- 1.5 ขอเวลา 3 นาทีให้ติดปาก
- 1.6 สรุปงานในลิฟต์ ใน 1 นาที
- 1.7 ใช้คำให้ตรงกัน
- 1.8 ปรับระดับข้อมูลของผู้ฟังให้เท่ากัน
- 1.9 ใช่คำว่า"อันดับแรก" แทน "ก่อนอื่น" (ทำงานแบบขอไปที)
- 1.10 ไปพบ -> โทรศัพท์ -> อีเมล
- 1.11 เตรียมข้อมูลที่ไม่ให้อีกฝ่ายคิดเยอะ บอกทางเลือก ให้ตอบว่า go หรือ no go
- 2.เคล็ดลับการประชุม
- 2.1 กระชับเวลาในการประชุม
- 2.2 กำหนด "จุดหมาย" และ "เป้าหมาย" ร่วมกันไว้ล่วงหน้่า
- จุดมุ่งหมาย = ผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้น
- เป้าหมาย = เกณฑ์วัดระดับความสำเร็จของจุดมุ่งหมาย
- 2.3 กำหนดจุดมุ่งหมายของการประชุมให้ชัดเจน
- การระดมสมอง => ออกไอเดียได้แต่ห้ามปฏิเสธไอเดียของคนอื่น
- &การประเมิน => ถกเถียงกันเพื่อให้ได้ข้อสรุป
- 2.4 วางแผนประชุมล่วงหน้า
- การจัดสรรเวลา
- ลำดับความเร่งด่วน ตาม ลำดับความสำคัญ
- 2.5 เนะมาวาชิ
- หลีกเลี่ยงการเข้าใจผิด ด้วยการบอกจุดมุ่งหมายล่วงหน้า
- เพิ่มคุณค่าการประชุม
- 2.6 ใส่ใจตำแหน่งที่นั่ง
- ถ้าต้องการเป็นผู้นำ ควรนั่งใกล้กระดาน
- ตำแหน่งประชันกัน ตรงข้ามกัน อาจจะสื่อสารได้ลึกซึ้งขึ้นหรือขัดแย้งบานปลาย
- ตำแหน่งสานสัมพันธ์ ไม่เกิน 1.5 ม. เป็นระยะมิตร ไม่สามารถชักดาบมาฟันกันได้
- 2.7 พูดประเด็นสำคัญก่อน เมื่อมีเวลาไม่มากหรืออีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่ให้ความสนใจ
- 2.8 ใช้กระดานไวต์บอร์ด ผู้เข้าประชุมจะได้อ่านข้อความต่างๆ ที่อยู่ในไวต์บอร์ดแล้วทำความเข้าใจ
- 2.9 ควบคุมการประชุมด้วยการพยักหน้า สร้างบรรยากาศและไดรับความสนใจจากผู้บรรยาย
- 2.10 กำหนดแนวทางปฏิบัติหลังการประชุมทันที บางคนไม่รู้ว่าต้องทำอะไรต่อหลังประชุม ทำให้เสียเวลา
- ถ้าประชุมไปหนึ่งวาระ แล้วพูดว่า แล้วเรามีแนวทางปฏิบัติอย่่างไร. และต้องกำหนดแนวทางปฏิบัติโดยระบุผู้รับผิดชอบ และบอกว่าทำอะไร และทำถึงเมื่อไหร่
- 2.11 ส่งรายงานการประชุมในวันที่ประชุม ประเด็นสำคัญไม่ใช่ความสมบูรณ์ของรายงาน แต่อยู่ที่ว่าคุณจะจูงใจให้ผู้เข้าประชุมดำเนินการขั้นต่อไปอย่างไร ให้นำ notebook เข้าประชุมเพื่อเก็บข้อมูลให้มากที่สุด เมื่อเรียบเรียงข้อมูล เหลือแต่เนื้อหาส่วนที่เชื่อมโยงกับการดำเนินการขั้นต่อไปก็พอ
- 3 เคล็ดลับการใช้อีเมล
- 3.1 พลิกแพลงหัวเรื่อง สมัยนี้การใช้อีเมลในที่ทำงานเป็นตัวกำหนดคุณภาพของงาน
- การตั้งหัวเรื่องที่ช่วยให้รู้เนื้อหาจะยกระดับความสำคัญของอีเมลฉบับนั้น เช่น
- เกี่ยวกับการประชุม
- ขอเอกสารการประชุม
- ยกเลิกการประชุม
- หรือใส่ข้อความสะดุดตา
- (กรุณาตอบกลับ)
- (ด่วน)
- (ไม่ใช่เรื่องงาน)
- 3.2 ระบุผู้รับให้ชัดเจน
- ถ้าผู้รับหลายคนอาจขึ้นต้นอีเมลว่า ทุกคนหรือผู้เกี่ยวข้องทุกท่าน หรือระบุชื่อให้ชัดเจนเลย
- ใช้คำว่าคุณจะสะดวกกว่าเรียกตำแหน่ง
- 3.3 ใช้ BCC อย่างมีประสิทธิภาพ
- 1. ไม่อยากให้ผู้รับรู้ว่าส่งหาใครบ้าง
- 2. ผู้รับแต่ละคนไม่รู้จักกัน
- 3. ป้องกัน reply all
- 4. ปกปิดเจตนาที่แท้จริง เช่น ขอเสียมารยาทส่งแบบ bcc เนื่องจากมีผู้รับจำนวนมาก
- 5. หลีกเลี่ยงการแสดงรายชื่อผู้รับ ผู้รับอาจจะนำรายชื่อไปใช้ประโยชน์ได้
- **การส่งอีเมลจะสะท้อนถึงมารยาทของคุณ ต้องใช้อย่างฉลาดและระมัดระวัง**
- 3.4 เขียนข้อสรุปไว้ตอนต้น
- มันคือวิธี แอนตี้ไคลแมกซ์ ในอีเมลเช่นกัน เช่น
- "ขอความกรุณาเรื่อง xx (ภายในเวลา yyy)"
- ทำให้ผู้รับตัดสินระดับความสำคัญของอีเมลได้และสิ่งที่ควรทำได้ในทันที และยังเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้นด้วย
- ถ้าไม่ใช่การติดต่อครั้งแรกหรือห่างหายไปนาน ก็ไม่จำเป็นต้องทักอย่างสุภาพ
- ควรเขียนประโยคแรกให้ผู้รับเข้าใจอีเมลได้ทันทีว่าต้องการสื่ออะไรไม่ต้องอ้อมค้อม
- แต่อย่างไรก็ตามการสอดแทรกคำสวยหรูเพื่อให้อีเมลดูมีระดับ และเป็นส่ิงที่สร้างความพึงพอใจให้ผู้รับมากที่สุดอยู่ดี
- 3.5 เขียนเรียงเป็นข้อๆ
- เคล็ดลับ 2 ข้อใหญ่
- 1 ปรับระดับภาษาในแต่ละข้อให้เหมือนกัน; มุ่งสู่ประเด็นหลัก
- 2 ไม่เขียนหลายข้อเกินไป (magic 7) เกิน 7 ประสิทธิภาพการจำจะลดลง
- 3.6 อย่าให้ผู้รับอีเมลต้องเลื่อนเมาส์
- อีเมลที่ผู้รับไม่อ่านคือ อีเมลที่ยาวมากๆ ต้องเลื่อนเมาส์
- 1 เขียนอย่างย่อ
- 2 ไม่ย่อหน้าถ้าไม่จำเป็น
- 3.7 เขียนเนื้อความเชิงรุก
- ให้สามารถโต้ตอบภายในอีเมลฉบับเดียว ลดจำนวนครั้งในการโต้ตอบ
- 3.8 ตอบอีเมลทันที
- แต่ถ้าเขียนตอบด้วยอารมณ์พรุ่งพร่านให้ทั้งไว้ 1 คืน
- 3.9 ใช้การแชท
- 4 การจัดทำเอกสาร
- 4.1 จำลูกเล่นให้ขึ้นใจ
- หาเทคนิค หรือจำที่ทำให้เข้าใจได้ง่าย
- 4.2 ใส่ใจ kiss (Keep it Short & simple)
- PPT => one slide one message
- 4.3 เขียนเค้าโครง มีข้อดี 2 อย่าง
- 1 เห็นส่วนที่ควรลงมือทำก่อน
- 2 สามารถแบ่งงานได้
- 4.4 สรุปประเด็นสำคัญ 3 ข้อ
- เวลาขอให้หัวหน้าตัดสินใจ หัวหน้าจะให้ความสำคัญกับคุณมากน้อยแค่ไหนขึ้นกับว่าคุณทำให้เขาเสียเวลานานหรือไม่
- 4.5 ใช้คำและสำนวนเดียวกันตั้งแต่ต้นจนจบ
- 4.6 ใช้ font เดียวกันและจัดองค์ประกอบภาพให้สมดุล
- 4.7 ทำหนดที่ว่าง: ตัวอักษร เป็น 3:7
- 4.8 คำนึงถึงกวาดตาของผู้อ่าน แต่ละหน้าให้เหมือนกัน และลำดับความสำคัญ
- 4.9 ใช้กล่องข้อความให้ถูก
- กล่องขอบมนใช้กับข้อความกว้างๆ แบบปรกติใช้กับคำที่เจาะจง
- 4.10 ใช้สีอย่างมีชั้นเชิง
- 1 แยกสีโทนร้อนกับโทนเย็น (ร้อน => รุนแรง เย็น => ราบเรียบ)
- 2 ใช้สีเดียวแล้วไล่เฉดสี
- 3 ใช้สีต่างกันเมื่อเวลาที่อยากเน้น
- 4.11 ไม่เก็บเอกสารกระดาษ แสกน เป็น electronic file หาง่าย ไม่สูญหาย
- 5 เคล็ดลับการสื่อสาร
- 5.1 จำชื่อคู่สนทนา ทำให้รู้สึกใกล้ชิดมากขึ้นเวลาเอ่ยชื่อ
- 5.2 สนใจประวัติส่วนตัว เพื่อให้มีหัวข้อในการสนทนา ว่าชอบอะไร บ้านเกิดที่ไหน
- 5.3 สังสรรค์บ้างนานๆ ครั้ง เปิดใจคุยกันบ้าง เวลาทำงานจะจะสนิทกันอย่างรวดเร็ว
- 5.4 เดินผ่ากลาง office จะมีโอกาสพูดคุยกันก่อนจะเริ่มงาน
- 5.5 ไม่พูดแทรกคนอื่น
- ก. ป้องกันการด่วนตัดสินใจ
- ข. เพื่อไม่ทำร้ายจิตใจขอคู่สนทนา
- บางคนพูดไม่หยุด ต้องขัดจังหวะโดยการ
- ก. พูดตาม (โดยไม่ปล่อยให้เค้าพูดคนเดียว) เช่น อ๋อ หมายความว่า .. อย่างนี้นี่เอง
- ข. ถามให้แน่ใจ (พร้อมเรียบเรียงเรื่องราว)
- ค. สรุป (พูดปิดประเด็นหรือเปลี่ยนเรื่อง)
- 5.6 ใช้คำพูดเชิงบวก เช่น ใช้คำขอบคุณ แทนคำขอโทษที่รบกวนเวลา
- 5.7 ไม่กลัวความขัดแย้งจนเกินไป
- 6 การบริหารเวลา
- 6.1 ไม่ทำให้คนอื่นเสียเวลา โดยการไม่รับงานอื่นมามาก เพราะจะทำไม่เสร็จทำให้เสียเวลากันหมด
- 6.2 จัดลำดับความสำคัญก่อนหลัง จะได้เสียเวลาลังเล จะทำให้งานไม่มีประสิทธิภาพ
- 6.3 ทำทันที การทำงานอย่างรวดเร็วจะทำให้ผู้อื่นประทับใจได้
- 6.4 ทำงานชิ้นเดียวแต่มีจุดหมายสองประการขึ้นไป คิดอยู่เสมอว่าสามารถใช้เวลานี้ทำอย่างอื่นไปได้ด้วยหรือไม่ เช่นเวลาเดินทาง ก็ฟังสื่อการสอนภาษาอังกฤษ
- 6.5 ลองทำงานแต่เช้าตรู่
- 7 เคล็ดลับการทำงานเป็นทีม
- 7.1 มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการการกระตุ้น ใช้การขอร้องแทนการสั่ง
- 7.2 รู้จักสิ่งที่คนอื่นให้ความสำคัญ
- 7.3 เรียบเรียงข้อมูลก่อนไหว้วาน ควรบอกความเป็นมา จุดมุ่งหมาย กำหนดเวลา หรือความสำคัญของงานนั้น ด้วยคำพูดที่เข้าใจง่าย
- 7.4 เข้าใจการพัฒนาทีมแบบ 4H
- 7.5 กล้าที่จะมอบหมายงาน
- 7.6 คว้าลูกวอลเลย์บอลที่เอื้อมถึง เปรียบเหมือนจุดเกรงใจในวอลเลย์บอล ป้องกันได้คือ
- ก. กรณีที่เห็นว่าใครควรรับลูก ควรเรียกให้เขารู้ตัว
- ข. กรณีที่ไม่แน่ชัด คุณต้องเป็นคนรับโดยปราศจากการลังเล ซึ่งจะเกิดผลดีอีกสามประการ
- 1 ป้องกันจุดเกรงใจ ทำให้ได้ผลงานตามที่คาดหมาย
- 2 การทำงานมากกว่าคนอื่นทำให้คุณได้ประสบการณ์ ซึ่งเปรียบได้กับทรัพย์สินที่จับต้องไม่ได้
- 3 คุณจะได้รับความไว้วางใจจากทีม
- 7.7 เอ่ยคำชมหรือคำขอบคุณพร้อมกับบอกเหตุผล
- 7.8 สอนงานคนอื่นเพื่อพัฒนาตัวคุณเอง
- 7.9 การคิดว่าหมอนี่ใช้ไม่ได้ เป็นการประกาศความพ่ายแพ้
- 7.10 แยกคำบ่นออกจากความคิดเห็น
- 7.11 สวมวิญญาณกิ้งก่า
- 7.12 ถอยไปข้างหน้า
- 7.13 อ่านหัวหน้าให้ขาด
- 7.14 ความผิดพลาดเป็นความรับผิดชอบของหัวหน้า
- 8 เคล็ดลับการบรรลุเป้าหมาย
- 8.1 อย่าสร้างขีดจำกัดให้ตัวเอง
- อย่าใส่ใจ คำตัดสินจากปากของคนอื่น
- กุญแจที่จะให้เข้าใกล้ความฝันง่ายมาก แค่เพียงแค่คิดว่าอยากจะ ... ก็พอ
- ไม่มีใครรู้ว่า อยากจะทำนู่นทำนี่แล้วจะทำได้จริงหรือไม่ แต่ถ้าไม่คิดตั้งแต่แรกก็จะไม่มีวันได้อย่างแน่นอน
- เมื่อกำหนดเป้าหมายได้แล้ว จงเริ่มวางแผนและพยายามไปให้ถึง แม้ผิดพลาดและหมดกำลังใจครั้งแล้วครั้งเล่า มนุษย์ก็จะปรับปรุงและพัฒนาตนเองไปสู่เป้าหมายที่วางไว้ในที่สุด
- 8.2 ท้าทายกฎระเบียบ
- 8.3 ไม่มีคำว่าสายสำหรับการเริ่มต้นใหม่
- คุณค่าของการบรรลุเป้าหมายอยู่ความสำเร็จมากกว่าระยะเวลาที่ใช้
- 8.4 อย่าเปรียบเทียบตัวคุณเองกับคนอื่น คนที่สนุกกับการทำงานย่อมมีคนเห็นคุณค่า เกณฑ์สำคัญคือคุณมีความสุขหรือไม่
- 8.5 รู้เท่าทันความคิดของตัวเอง
- 8.6 ทำเรื่องง่ายๆ ให้ติดเป็นนิสัย การทำอย่างต่อเนื่องคือพลัง แต่จงอย่าทำเรื่องที่ต้องใช้พลังอย่างต่อเนื่อง
- 8.7 มีพี่เลี้ยง
- 8.8 วางปัญหาไว้ที่ เดสก์ทอบของความคิดเสมอ
- 8.9 จดบันทึกเฉพาะคำที่นำไปสู่การกระทำ
- 8.10 จำแนกปัญหาเป็นสิ่งที่ต้องแก้ไขกับเรื่องน่าวิตก
- 8.11 อย่าตื่นตระหนก
- 8.12 กำหนดวิธีคลายเคลียด
- 8.13 ให้ย้อนกลับไปอ่านตำราเมื่อเผชิญกับปัญหาหนัก
- 8.14 ใช้ตัวช่วย
- 8.15 สร้างความสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัวกับการทำงาน
- 8.16 สุดท้ายแล้วให้คิดว่าได้ทำจนสุดความสามารถแล้ว
- 8.17 รักษาสุขภาพ ------
